Page 11 - ข่าวเนติบัณฑิตยสภา เดือนมีนาคม ๒๕๖๘ ปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๔๒๙
P. 11
ภาษาอังกฤษ
สำาหรับันักกฎีหมาย
วัิเคราะห์พิัฒนาการข่องกฎหมายหมิ�นประมาทำ
ในสหราชื่อาณาจัักรและประเทำศไทำย
Analysis of the Development of Defamation
Law in the United Kingdom and Thailand สิริสิที่ธิ� ที่่ปกร
อนันติสมบัูรณ์ (1) โกมลพิันธ์พิร (2)
พิัฒนาการข่องกฎหมายหมิ�นประมาที่ ในสหราชั
อาณาจักร (UK) และประเที่ศัไที่ย สะที่้อนถึงมุมมอง
ที่างกฎหมายที่่�แติกติ่างกันโด็ยใชั้การวิเคราะห์เชัิง
หลักกฎหมายและการวิเคราะห์เชัิงเปร่ยบัเที่่ยบั โด็ย
การวิเคราะห์เชัิงหลักกฎหมายเน้นการวิเคราะห์
หลักกฎหมาย บัที่บััญญัติิ และคำาพิิพิากษา ที่่�ใชั้ควบัคุม
กฎหมายหมิ�นประมาที่ในแติ่ละประเที่ศั การวิเคราะห์
เชัิงเปร่ยบัเที่่ยบัจะใชั้การเปร่ยบัเที่่ยบั โครงสร้าง
ที่างกฎหมาย กระบัวนการบัังคับัใชั้ และแนวที่าง
การติ่ความข่องศัาล ในสองประเที่ศัน่�
The evolution of defamation law in the
United Kingdom (UK) and Thailand reflects distinct UK วางกรอบัให้การหมิ�นประมาที่เป็น คด็่แพิ่งเที่่านั�น
doctrinal and comparative legal perspectives. โด็ยไม่ม่บัที่ลงโที่ษที่างอาญา และมุ่งเน้นไปที่่� เสร่ภาพิ
The doctrinal approach involves analyzing legal ในการแสด็งความคิด็เห็นและการปกป้องผู้ลประโยชัน์
principles, statutes, and case law governing สาธารณะ กฎหมายน่�กำาหนด็ "ข่้อกำาหนด็ความเส่ยหาย
defamation in both jurisdictions, while the ร้ายแรง" (Serious Harm Threshold – มาติรา ๑)
comparative approach contrasts their legal ซึ่ึ�งกำาหนด็ให้โจที่ก์ติ้องพิิสูจน์ว่าคำากล่าวหมิ�นประมาที่
frameworks, enforcement mechanisms, and ก่อให้เกิด็ความเส่ยหายติ่อชั่�อเส่ยงอย่างม่นัยสำาคัญ
judicial interpretations. นอกจากน่� มาติรา ๒ (Truth Defense) ยังให้ ข่้อยกเว้น
จากความรับัผู้ิด็ หากจำาเลยสามารถพิิสูจน์ได็้ว่าคำากล่าว
1. การ้ว่ิเคร้าะห่์เชูิงห่ลักกฎีห่มาย: ห่ลักการ้ที่างกฎีห่มาย ที่่�เป็นปัญหาเป็นความจริงโด็ยแที่้จริง (Substantially
ที่่�ใชู้ในกฎีห่มายห่มิ�นปร้ะมาที่ True) ข่ณะที่่� มาติรา 4 (Public Interest Defense)
การวิเคราะห์ เชัิงหลักกฎหมาย ข่องกฎหมาย ปกป้องผูู้้เผู้ยแพิร่ข่้อมูลหากสามารถพิิสูจน์ได็้ว่าข่้อมูล
หมิ�นประมาที่ใน UK และ ไที่ย ชั่�ให้เห็นถึง โครงสร้าง ด็ังกล่าวเป็นไปเพิ่�อ ประโยชัน์สาธารณะ (Public Interest)
ที่างกฎหมายที่่�แติกติ่างกัน โด็ย พิระราชับััญญัติิ แม้ว่าข่้อมูลนั�นจะไม่เป็นความจริงที่ั�งหมด็ก็ติาม กฎหมาย
หมิ�นประมาที่ ๒๐๑๓ (Defamation Act 2013) ข่อง น่�ได็้รับัการพิัฒนาจากแนวคำาพิิพิากษาในคด็่สำาคัญ เชั่น
(1) ผูู้้พิิพิากษาหัวหน้าคณะชัั�นติ้นในศัาลจังหวัด็สมุที่รปราการ, น.บั. (เก่ยรติินิยมอันด็ับัสอง) มหาวิที่ยาลัยเชั่ยงใหม่, น.บั.ที่., Mini LL.M. (Chicago-Kent College
of Law), LL.M. in International Economic and Business Law (Kyushu University), กำาลังศัึกษา LL.M. in Information Technology and Intellectual
Property Law (University of Sussex)
(2) อัยการจังหวัด็ประจำาสำานักงานอัยการสูงสุด็, อนุกรรมการวินิจฉัยชั่�ข่าด็ปัญหาหร่อข่้อโติ้แย้ง สำานักงานคณะกรรมการการเล่อกติั�ง, รองเลข่าธิการสมาคม
แห่งสถาบัันพิระปกเกล้า, รองบัรรณาธิการจุลสารข่่าวเนติิบััณฑิิติยสภา, ผูู้้เข่่ยนหนังส่อ “คู่ม่อฎ่กาสำาคัญกฎหมายลักษณะครอบัครัว – มรด็ก”, น.บั., น.บั.ที่., LL.M.
in International Commercial Law (University of Leicester), LL.M. in Tax Law (Queen Mary University of London), อด็่ติผูู้้พิิพิากษาศัาลจังหวัด็ภูเข่่ยว
ข่่าวเนติิบััณฑิิติยสภา 11

